
Toyota Camry รุ่นปัจจุบัน ที่จำหน่ายในไทย เฉพาะขุมพลังไฮบริด 2.5 ลิตร
มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ใช้เครื่องยนต์ระบบไฮบริด และกำลังรวมเท่ากัน จะแตกต่างกันที่อุปกรณ์ ความหรูหราภายในห้องโดยสาร และผู้โดยสารด้านหลัง
ทั้ง 3 รุ่นย่อย ใช้ขุมพลังไฮบริด 2.5 ลิตรเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันในรายละเอียดด้านอุปกรณ์ ความสะดวกสบาย และฟังก์ชันการใช้งาน
ดังนั้นการเลือกรุ่นย่อยจึงขึ้นอยู่กับว่าต้องการความครบครันและความหรูหราในระดับไหน โดยรุ่นท็อปจะเน้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความสบายของผู้โดยสารมากกว่า
ทุกรุ่นใช้ขุมพลังชุดเดียวกัน
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร Dynamic Force
กำลังเครื่องยนต์ 186 แรงม้า
แรงบิดเครื่องยนต์ 221 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า
แรงบิดมอเตอร์ 208 นิวตันเมตร
กำลังรวมสูงสุด 227 แรงม้า
แบตเตอรี่ Lithium-ion
เกียร์อัตโนมัติ E-CVT
ขับเคลื่อนล้อหน้า
รองรับน้ำมัน E20
อัตราสิ้นเปลืองตามสเปคที่เคลม 25 กม./ลิตร
ตัวเลข 25 กม./ลิตร เป็นค่าตามเงื่อนไขทดสอบ การใช้งานจริงขึ้นกับเส้นทาง ความเร็ว การจราจรและเท้าคนขับด้วย
ยาว 4,920 มม.
กว้าง 1,840 มม.
สูง 1,455 มม.
ระยะฐานล้อ 2,825 มม.
ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม.
พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 500 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร
แม้เป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ไม่ได้ถูกตัดระบบความปลอดภัยสำคัญออกไป ขุมพลังและระบบ Toyota Safety Sense หลัก มีมาให้เหมือนรุ่นที่สูงกว่า
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
ยางขนาด 215/55 R17
ไฟหน้า Projector LED
ไฟส่องสว่างกลางวันและไฟท้าย LED
ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
กระจกบังลมหน้าแบบลดเสียงรบกวน
กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
ได้เบาะหนังสีดำ
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังไฟฟ้า
เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
หน้าจอมาตรวัดสี TFT 7 นิ้ว
หน้าจอกลาง 12.3 นิ้ว
Wireless Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบ T-Connect
Wireless Charger
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ม่านบังแดดประตูคู่หลัง
ม่านบังแดดกระจกหลังปรับไฟฟ้า
ไฟ Ambient Light
ลำโพง 6 ตำแหน่ง
Adaptive Cruise Control แบบ All-Speed
ระบบเตือนการชนด้านหน้า
ระบบช่วยลดความเร็วขณะเข้าโค้ง
ระบบเตือนออกนอกเลนและช่วยดึงพวงมาลัยกลับ
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
ระบบเตือนจุดอับสายตา
ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
ระบบเตือนการเปิดประตู
ระบบช่วยเบรกขณะถอยจอด
ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
เซนเซอร์กะระยะหน้าและหลัง
กล้องมองหลัง
ข้อได้เปรียบของรุ่น Smart คือ ได้ขุมพลังและความปลอดภัยหลักมาครบ โดยล้อ 17 นิ้ว มีแก้มยางมากกว่า ก็จะช่วยเรื่องความนุ่ม และเวลาเปลี่ยนยาง ราคาก็จะต่ำกว่ารุ่นล้อ 18 นิ้ว ประหยัดกว่า
เพิ่มจาก รุ่น Smart 184,000 บาท โดยเน้นภาพลักษณ์และอุปกรณ์บางรายการที่เพิ่มขึ้น
ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
ยางขนาด 235/45 R18
หลังคากระจก Panoramic Roof เปิด–ปิดไฟฟ้า
ม่านบังแดดหลังคาปรับไฟฟ้า
เบาะหนัง Smooth Leather
หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
Paddle Shift
กล้องบันทึกภาพด้านหน้า
กล้องรอบคัน 360 องศา
ปัญหาของรุ่น Premium คือ ส่วนต่างที่เพิ่มมา 184,000 บาท เรียกว่าค่อนข้างสูง เมื่ออุปกรณ์ที่ใช้งานจริงเพิ่มเด่นที่สุดมีเพียงกล้อง 360 องศา หน้าจอมาตรวัดใหญ่ขึ้น และหลังคา Panoramic Roof ส่วนระบบความปลอดภัยหลักมีอยู่ใน Smart แล้ว
เพิ่มจาก Premium อีก 150,000 บาท รุ่นนี้ยกระดับหมด ทั้งด้านหน้าคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า รวมถึงผู้โดยสารด้านหลังด้วย จึงให้ความแตกต่างด้านประสบการณ์ใช้งานได้ มากกว่า Smart ที่ขยับไป Premium
กระจกมองข้างบันทึกตำแหน่ง
กระจกมองข้างปรับมุมลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
เบาะคนขับบันทึกตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง
ระบบ Welcome Seat
เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ
เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
ระบบดันหลังไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า
ปุ่มปรับเบาะผู้โดยสารหน้าจากด้านข้าง
เบาะหลังปรับเอนด้วยไฟฟ้า
แผงควบคุมแบบสัมผัสบริเวณที่วางแขนหลัง
Head-up Display
พวงมาลัยปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง
ระบบเสียง JBL 9 ลำโพง
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน
ถ้ามีคนนั่งเบาะหลังประจำ รุ่นท็อปนี้ Premium Luxury แตกต่างจากอีกสองรุ่นชัดเจน เพราะได้เบาะหลังปรับเอนไฟฟ้า แผงควบคุมด้านหลัง และแอร์แยก 3 โซน ใกล้รถผู้บริหารมากขึ้น
ถ้าวัดความคุ้มจากสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้งาน HEV Smart คือรุ่นคุ้มที่สุด เพราะได้ขุมพลัง 227 แรงม้า ระบบ Adaptive Cruise Control ระบบช่วยประคองเลน เตือนจุดอับสายตา ม่านประตูหลัง และหน้าจอกลาง 12.3 นิ้ว มาให้ครบอยู่แล้ว
การจ่ายเพิ่ม 184,000 บาทไป Premium ไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้น หรือสบายขึ้น
ถ้าต้องการ Camry ในฐานะรถผู้บริหารหรือรถครอบครัวระดับสูง Premium Luxury คือรุ่นที่สมบูรณ์แบที่สุด เพราะเงินเพิ่มจาก Premium 150,000 บาทให้อุปกรณ์ที่สัมผัสได้จริงมากกว่า ได้แก่ เบาะนั่งสบาย สัมผัสลื่น ระบายอากาศ HUD เครื่องเสียง JBL 9 ลำโพง เบาะหลังปรับไฟฟ้า และแอร์ 3 โซน
ถ้าให้พูดตรง ๆ คือ Premium เป็นรุ่นกลางที่ตัดสินใจยากที่สุด เพราะเพิ่มจาก Smart ค่อนข้างมาก แต่ยังไม่ได้ความสบายและบรรยากาศแบบ Premium Luxury
ขับเอง เน้นคุ้มค่า: HEV Smart
อยากได้หลังคากระจกและกล้อง 360 แต่ไม่ต้องการอุปกรณ์ผู้บริหาร: HEV Premium
มีคนนั่งหลัง ผู้บริหาร หรืออยากได้ Camry แบบครบจริง: HEV Premium Luxury
รุ่นคุ้มที่สุดโดยรวม: HEV Smart
รุ่นที่น่าซื้อที่สุด ถ้างบจำกัด: HEV Premium Luxury
คนที่ต้องการรถซีดานขนาดใหญ่ นั่งสบายและขับทางไกลดี
คนที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า แต่ต้องการความประหยัดในเมือง
คนใช้รถที่ให้ความสำคัญกับศูนย์บริการ อะไหล่ และการขายต่อ
ครอบครัวหรือผู้บริหารที่ต้องการพื้นที่เบาะหลังมากกว่ารถ C-Segment
คนที่ต้องการรถใช้งานทุกวัน ไม่ต้องวางแผนชาร์จไฟ
Camry ไม่เหมาะกับคนที่ต้องเข้าออกซอยแคบหรือหาที่จอดในเมืองบ่อย เพราะตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร และระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม. ต้องระวังทางลาดชันกับลูกระนาดสูง
รุ่น Smart ไม่มีหลังคา Panoramic Roof และกล้อง 360 องศา
หากต้องจอดในพื้นที่แคบเป็นประจำ กล้อง 360 ของ Premium ขึ้นไปอาจมีประโยชน์มากกว่าหลังคากระจกเสียอีก
รุ่น Premium ไม่มีเบาะระบายอากาศ
ถ้าคาดหวังรถราคา 1.659 ล้านบาทว่าจะมีเบาะระบายอากาศ ต้องขยับไป Premium Luxury
เบาะหลังปรับไฟฟ้ามีเฉพาะ Premium Luxury
คนที่ซื้อเพราะมีผู้บริหารหรือผู้สูงอายุนั่งหลังควรเลือกรุ่นท็อป ไม่เช่นนั้นจะเสียจุดเด่นสำคัญของ Camry
ล้อ 17 นิ้วของ Smart ไม่ได้ด้อยทุกด้าน
หน้าตาอาจไม่เต็มซุ้มเท่าล้อ 18 นิ้ว แต่มีโอกาสให้ความนุ่มกว่า ทนหลุมมากกว่า และเปลี่ยนยางถูกกว่า
อัตราสิ้นเปลือง 25 กม./ลิตรเป็นตัวเลขเคลม
ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขรับประกันการใช้งานจริง โดยเฉพาะการขับทางไกลด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง
พื้นที่เก็บสัมภาระ 500 ลิตร แต่เบาะหลังเน้นการโดยสาร
ควรนำกระเป๋าหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประจำไปทดลองใส่ก่อนซื้อ หากต้องขนของชิ้นใหญ่บ่อย SUV หรือรถฝาท้ายเปิดทั้งบานอาจเหมาะกว่า
T-Connect มีค่าบริการ หลังผ่านช่วงฟรี
Toyota ระบุว่า T-Connect เป็นบริการเสริมและเปิดใช้ฟรีในปีแรกตามแคมเปญ หลังจากนั้นอาจมีค่าบริการรายปี
ตรวจข้อเสนอจริงก่อนซื้อ
ตรวจข้อเสนอจริง ก่อนซื้อ เพราะโปรโมชั่นอาจะเปลี่ยนแปลง
Toyota Camry HEV Smart ราคา 1,475,000 บาท คือรุ่นคุ้มค่าที่สุด เพราะได้เครื่องยนต์ไฮบริด 227 แรงม้าและระบบความปลอดภัยสำคัญครบ โดยยอมขาดกล้อง 360 หลังคากระจก และอุปกรณ์ตกแต่งบางรายการ
ส่วน HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท เหมาะกับคนที่ต้องการ Camry ที่สมบูรณ์แบบสุด มีคนนั่งหลังเป็นประจำ หรืออยากได้อุปกรณ์ครบทั้งหมด
รุ่นที่ต้องคิดหนักที่สุดคือ HEV Premium เพราะส่วนต่างจาก Smart สูง แต่ยังขาดอุปกรณ์ความสบายหลายรายการที่ทำให้ Camry แตกต่างจากรถซีดานระดับรองลงมาอย่างชัดเจน
ติดต่อจองคิว สอบถามบริการ

สนใจใช้บริการนี้ หรือ
"อยากให้ร้านคุณอยู่บนหน้านี้ไหม?"