
Mazda CX-8 เป็น SUV 3 แถวที่มีจุดเด่นเรื่องความสบายของผู้โดยสาร ห้องโดยสารพรีเมียม รองรับการเดินทางแบบครอบครัวได้ดีกว่า SUV ขนาดกลางทั่วไป
อัปเดต สิงหาคม 2569
ใช้ในรุ่น 2.5 S, 2.5 SP, 2.5 SP Exclusive
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2,488 ซีซี
กำลังสูงสุด 194 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 258 นิวตันเมตร
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
Sport Mode
เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบไม่มีเทอร์โบ โครงสร้างไม่ซับซ้อนเท่าเครื่องยนต์ดีเซล เหมาะกับการใช้งานในเมืองและเดินทางทั่วไป แต่เมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน สมรรถนะจะเป็นแนวเพียงพอใช้งาน ไม่ได้ให้แรงดึงแบบรุ่นดีเซล
ใช้ในรุ่น XDL Exclusive
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2,191 ซีซี
เทอร์โบแปรผันสองขั้น
กำลังสูงสุด 190 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-ACTIV AWD
แม้แรงม้าจะใกล้เคียงกับรุ่นเบนซิน แต่แรงบิดสูงกว่ามาก เหมาะกับรถที่เดินทางไกล จังหวะการออกตัวดีกว่า บรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน ขึ้นเขาหรือใช้งานในเส้นทางที่ต้องการระบบ AWD ต้องการขับสนุกขึ้น
ความเร็วสูงสุด (Top Speed) อยู่ที่ประมาณ 203–206 กม./ชม. ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์และการทดสอบด้วย
สิ่งที่ได้
เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง แบบ 2-3-2
เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 194 แรงม้า
ล้ออัลลอย 19 นิ้ว
ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด–ปิดอัตโนมัติ
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
กุญแจ Smart Keyless Entry และปุ่มสตาร์ต
เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน
จอแสดงผลกลาง 8 นิ้ว
Apple CarPlay และ Android Auto
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า
ฝาท้ายเปิด–ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบเตะเปิด
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบควบคุมการทรงตัว DSC และช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
เหมาะกับคนที่ต้องการ CX-8 แบบ 7 ที่นั่งในราคาต่ำที่สุด เน้นพื้นที่และความสะดวกพื้นฐาน ไม่ได้ต้องการระบบช่วยขับระดับสูงครบทุกตัว
เพิ่มจาก 2.5 S 70,000 บาท เครื่องยนต์และเบาะ 7 ที่นั่งเหมือนเดิม
สิ่งที่ได้เพิ่ม
ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ Adaptive LED Headlamps
ระบบแสดงภาพรอบคัน 360 องศา
เซนเซอร์ช่วยจอดด้านหน้าและด้านหลัง
ระบบเตือนจุดอับสายตา ABSM
ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDWS
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS
ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติด้านหน้าและขณะถอยหลัง
ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรก SBS
ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เหนื่อยล้า DAA
Adaptive Cruise Control แบบ MRCC พร้อม Stop & Go
ได้อุปกรณ์และระบบความปลอดภัยครบขึ้น เป็นรุ่นที่สมดุลที่สุดสำหรับคนที่ต้องการใช้ครบ 7 ที่นั่ง นั่งสบาย คุณภาพห้องโดยสารพรีเมี่ยม
เพิ่มจาก SP 80,000 บาท เครื่องยนต์เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบห้องโดยสารจาก 7 เป็น 6 ที่นั่ง
สิ่งที่ได้เพิ่มหรือแตกต่าง
เบาะ 6 ที่นั่ง แบบ 2-2-2
เบาะแถวสองแบบ Captain Seats
มีช่องทางเดินตรงกลางเข้าสู่เบาะแถวสาม
หลังคา Sunroof เปิด–ปิดด้วยไฟฟ้า
ระบบเสียง Bose รอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารแถวสองมากกว่ารุ่น 7 ที่นั่ง
ได้ระบบช่วยขับและกล้อง 360 องศาในระดับเดียวกับรุ่น SP
เบาะ Captain Seat แบบไม่มีคอนโซลกลางช่วยให้เดินเข้าแถวสามได้สะดวก เหมาะกับบ้านที่เน้นความสบาย บ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือใช้งานเบาะแถวสามเป็นประจำ
เพิ่มจาก SP Exclusive 500,000 บาท
สิ่งที่ได้เพิ่มหรือแตกต่าง
เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 เทอร์โบ แรงบิด 450 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD
เบาะ 6 ที่นั่ง แบบ 2-2-2
Power Captain Seats แถวสองปรับด้วยไฟฟ้า
มีคอนโซลกลางและที่วางแขนแบบ Lounge
เบาะหนัง Nappa สีน้ำตาลแดง Deep Red
ระบบอุ่นเบาะคู่หน้าและแถวสอง
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า
เบาะคนขับมีระบบบันทึกตำแหน่ง
ภายในตกแต่ง Metal Wood และ Warm Silver
หลังคา Sunroof
ระบบเสียง Bose 10 ลำโพง
กล้องรอบคัน 360 องศา
ระบบช่วยขับ i-ACTIVSENSE ครบชุด
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ขุมพลัง ได้แรงบิด 450 นิวตันเมตร ระบบ AWD และห้องโดยสารแถวสองเบาะ Power Captain Seat แบบ Lounge เหมาะกับการเดินทางไกล ให้ความสำคัญกับผู้โดยสารแถวสองมากกว่าเบาะแถวสาม
เพราะเบาะแถวสองมีคอนโซลกลางแบบ Lounge จึงไม่มีช่องเดินตรงกลางเหมือน 2.5 SP Exclusive การเข้าเบาะแถวสามต้องพับหรือเลื่อนเบาะแถวสอง
ใช้งานในเมืองและเดินทางครอบครัวทั่วไป: 2.5 SP
มีเด็กหรือใช้เบาะแถวสามบ่อย: 2.5 SP Exclusive
เดินทางไกล บรรทุกเต็มคันหรือขึ้นเขาบ่อย: XDL Exclusive
เน้นผู้โดยสารแถวสองแบบรถผู้บริหาร: XDL Exclusive
รุ่นคุ้มที่สุด: 2.5 SP Exclusive
ติดต่อจองคิว สอบถามบริการ

สนใจใช้บริการนี้ หรือ
"อยากให้ร้านคุณอยู่บนหน้านี้ไหม?"