
AVATR 07 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) นำเข้า CBU จากจีน
SUV ระดับพรีเมียมขนาดกลาง ในกลุ่ม Premium C-SUV
ทั้ง 2 รุ่น ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาดเท่ากัน แตกต่างกันที่ พละกำลัง ระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และขนาดล้อ
รองรับ DC Fast Charging สูงสุด 420 kW
โดย AVATR ระบุเวลา 30–80% ประมาณ 10 นาที ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
AVATR 07
กำลัง 338 แรงม้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที ซึ่งเพียงพอเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งานทั่วไป
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว
ยางขนาด 255/50 R20
ไฟหน้าและไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED
ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ประตูแบบกระจกไร้กรอบ
มือเปิดประตูแบบซ่อน
ฝาท้ายเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
หลังคากระจก Panoramic Roof
ม่านบังแดดหลังคาปรับไฟฟ้า
ช่วงล่างหน้า Double Wishbone
ช่วงล่างหลังแบบ 5-Link
โช้กอัพควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า CDC
เบาะหนัง Nappa
เบาะคู่หน้าแบบ Zero Gravity
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง
ระบบนวดเบาะคู่หน้า 5 รูปแบบ ปรับความแรงได้ 3 ระดับ
เบาะหลังพับแยก 60:40
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย–ขวา
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
ระบบน้ำหอมภายในรถ
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
กระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic Glass
หน้าจอพาโนรามา ขนาด 35.4 นิ้ว ความละเอียด 4K
หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว
หน้าจอควบคุมบริเวณที่วางแขนด้านหลัง
ระบบเสียง Meridian
ลำโพง 25 ตำแหน่ง
กำลังขับรวม 2,016 วัตต์
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ระบบนำทาง Petal Maps
Adaptive Cruise Control แบบ Stop & Go
ระบบช่วยประคองรถให้อยู่กลางเลน
ระบบเตือนและช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
ระบบเตือนจุดอับสายตา
ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง
ระบบเตือนขณะเปิดประตู
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดจากระยะไกล
กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อม Transparent View
ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง
รุ่น Max ยังได้ห้องโดยสาร ระบบเสียง และระบบช่วยขับขี่หลักมาเกือบครบ
ราคาเพิ่มจาก Max RWD 200,000 บาท สิ่งที่เพิ่มมาให้ เน้นที่สมรรถนะและช่วงล่าง มากกว่าฟังก์ชันภายในห้องโดยสาร
ใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
กำลังเพิ่มจาก 338 เป็น 590 แรงม้า
แรงบิดเพิ่มจาก 365 เป็น 645 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ลดเหลือ 3.9 วินาที
ระบบกันสะเทือนถุงลมอัจฉริยะ Magic Carpet
ล้ออัลลอย Multi-Spoke ขนาด 21 นิ้ว
ยางขนาด 265/45 R21
ระยะทาง NEDC ลดจาก 575 เหลือ 545 กม.
จุดสำคัญของ Ultra นอกจากพละกำลังที่เพิ่มมาให้ ยังมี ช่วงล่างถุงลมและระบบขับเคลื่อน AWD ซึ่งจุดนี้ ยกระดับสมรรถนะขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวรถกว้าง 1,980 มม.
กว้างเกือบ 2 เมตร ควรนำไปทดลองเข้าที่จอดรถบ้าน ที่ทำงาน และอาคารจอดรถที่ใช้เป็นประจำก่อน
ระยะทาง 575 และ 545 กม. เป็นมาตรฐาน NEDC
การขับเร็ว อากาศร้อน การบรรทุกผู้โดยสาร และการใช้แอร์มีผลต่อระยะทาง
ชาร์จ 420 kW ขึ้นอยู่กับสถานีที่ชาร์จด้วย
Ultra แรงมาก อาจเกินความจำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่
กำลัง 590 แรงม้าและ 0–100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบนถนนเปียกหรือคนขับที่ยังไม่คุ้นกับรถ EV กำลังสูงขนาดนี้
ล้อ 21 นิ้ว มีต้นทุนแฝง
ยางขนาด 265/45 R21 มีราคาสูงกว่าและมีตัวเลือกน้อยกว่าล้อ 20 นิ้ว ควรตรวจราคายางก่อนซื้อ ไม่ควรมองเฉพาะความสวย
ช่วงล่างถุงลมมีทั้งข้อดี และค่าใช้จ่ายในระยะยาว
Ultra ให้ความสามารถด้านความสบายและการปรับระดับเหนือกว่า แต่ระบบซับซ้อนกว่าโช้กอัพทั่วไปอย่างมาก หากคิดจะถือรถยาว ควรตรวจสอบราคาชิ้นส่วนและเงื่อนไขรับประกันให้ชัดเจน
กระจกมองข้างดิจิทัลต้องทดลองใช้จริง
เป็นอุปกรณ์เสริมและไม่ได้เหมาะกับทุกคน และภาพจากจอต้องอาศัยการปรับสายตา โดยเฉพาะเวลากลางคืน ช่วงฝนตก หรือเพิ่งเปลี่ยนจากรถที่ใช้กระจกปกติ
สิทธิประโยชน์มีเงื่อนไข
ปัจจุบันเว็บไซต์ระบุการรับประกันตัวรถ 5 ปีหรือ 120,000 กม. แบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 8 ปีหรือ 160,000 กม. บำรุงรักษา 6 ปี 6 ครั้ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 8 ปี
ให้เช็คเงื่อนไขอีกครั้งเมื่อซื้อ
เพราะอุปกรณ์ภายใน ความสะดวกสบาย ระบบเสียง และระบบช่วยขับขี่หลัก มีมาให้ครบแล้ว
กำลัง 338 แรงม้าและอัตราเร่ง 6.8 วินาที ก็เพียงพอมากสำหรับการใช้งานจริง
ข้อดีเพิ่มเติมคือ:
ราคาต่ำกว่ารุ่นท็อป 200,000 บาท
ล้อ 20 นิ้วและแก้มยางหนากว่ารุ่น Ultra
ค่ายางและความเสี่ยงต่อความเสียหายของยาง มีราคาต่ำกว่า Ultra
ไม่ต้องแบกรับสมรรถนะสูงระดับ 590 แรงม้า เพราะส่วนใหญ่แทบไม่ได้ใช้เต็มกำลัง
คุ้ม สำหรับคนที่ต้องการ ช่วงล่างถุงลม ระบบขับเคลื่อน AWD และกำลังสูงสุด 590 แรงม้า
แต่ถ้าซื้อเพราะเห็นว่าเป็น “รุ่นท็อป” ทั้งที่ขับในเมืองเป็นหลักและไม่ได้สนใจช่วงล่างถุงลม การจ่ายเพิ่ม ไม่ได้ทำให้ระบบความปลอดภัยหรืออุปกรณ์ภายในเพิ่มขึ้น
ติดต่อจองคิว สอบถามบริการ

สนใจใช้บริการนี้ หรือ
"อยากให้ร้านคุณอยู่บนหน้านี้ไหม?"