
เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด! ออกไปชาร์จแบตให้ธรรมชาติฮีลใจ และแน่นอนไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากทะเลหมอก
บทความนี้ Rodpromptkai ได้มัดรวมจุดชมวิวทะเลหมอกทั่วไทย 2568 อัปเดตใหม่ล่าสุด ที่ทั้งสวย ฟิน เหมาะแก่การออกไปเที่ยวหน้าหนาว มาพร้อมเคล็ดลับการเตรียมตัวให้คุณได้ภาพทะเลหมอกสวยๆ และบรรยากาศที่ประทับใจที่สุด
อ่านเพิ่มเติม : เทคนิคขับรถไฟฟ้า EV ขึ้น - ลงเขา อย่างไรให้ปลอดภัย
เริ่มกันที่ภาคเหนือ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของทะเลหมอก เพราะมีภูเขาสูงและหุบเขาสลับซับซ้อนกัน ทำให้เกิดทะเลหมอกหนาแน่นเป็นพิเศษกว่าภาคอื่นๆ
1. ภูชี้ฟ้า - เชียงราย
ไฮไลท์ภูชี้ฟ้า : หน้าผายอดแหลมสูงกว่า 1,600 ม. วิวทะเลหมอก สวย และกว้างสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว หมอกจะสวย : ต.ค.–ธ.ค. ยิ่งเช้าทะเลหมอกยิ่งสวย
เคล็ดลับ : ไปให้ถึงจุดชมวิว ก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นเพราะจะได้เห็นหมอกเปลี่ยนสีตามแสงสวยมาก
2. ดอยผาตั้ง - เชียงราย
วิวทะเลหมอกสวย สีขาวโพลน ตัดกับภูเขาสลับซับซ้อน นอกจากนี้ ดอยผาตั้งมีเส้นทางเดินป่าด้วย เหมาะกับสายแอด้วยเวนเจอร์มากๆ ใครสายนี้ห้ามพลาด!

3. ดอยแม่สลอง - เชียงราย
สำหรับดอยแม่สลอง จะมีหมอกบาง ๆ คลอเคลียไร่ชา หากไปเที่ยวดอยแม่สลอง แนะนำพักโฮมสเตย์ จิบชาอุ่น ๆ ชมหมอก ฟินสุดๆ
4. ดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่
ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,565 ม.)
จุดชมหมอกที่โด่งดัง เป็นที่นิยม : กิ่วแม่ปาน , พระมหาธาตุเจดีย์ ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากเห็นหมอกพร้อมป่าเมฆ
5. ดอยม่อนแจ่ม - เชียงใหม่
จุดชมทะเลหมอกใกล้เมืองเชียงใหม่ เดินทางง่าย สะดวก มีร้านกาแฟและโฮมสเตย์ชิค ๆ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสหมอกแบบไม่อยากลำบาก
6. ภูทับเบิก – เพชรบูรณ์
จุดชมทะเลหมอกอันดับต้น ๆ ของไทย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ ไร่กะหล่ำและหมอกที่ปกคลุมยอดเขา
หมอกหนาที่สุดในช่วงเดือน พ.ย.–ธ.ค.
7. เขาค้อ - เพชรบูรณ์
จุดยอดฮิตของเขาค้อที่ห้ามพลาด คือ พระตำหนักเขาค้อ และจุดชมวิวทะเลหมอกทุ่งกะมัง
สำหรับเขาค้อมีรีสอร์ทและคาเฟ่ให้เลือกเยอะมาก สายคาเฟ่ต้องมา!
8. ดอยเสมอดาว - น่าน
ดอยเสมอดาว คือ จุดกางเต็นท์ยอดนิยมของภาคเหนือ มีความพิเศษคือเห็นทั้งหมอกสวยๆ ขาวโพลนในตอนเช้า และเห็นดวงดาวเต็มฟ้ายามค่ำที่สวยงามมาก

9. ดอยภูคา & ดอยวาว - น่าน
เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกท่ามกลางหุบเขาสวยงามมาก และยังมีธรรมชาติสมบูรณ์ เหมาะกับนักเดินป่า สายแอดเวนเจอร์ต้องชอบ!
อ่านเพิ่มเติม : พิกัดเที่ยวน่าน 2025 มาแล้วต้องซ้ำ จุดเช็กอินสุดฮิตเที่ยวได้ทั้งปี
10. ภูกระดึง - เลย
จุดดังที่คนชอบไปกัน : ผานกแอ่น , ผาหมากดู และต้องเดินขึ้น ใช้เวลา 4–6 ชั่วโมงเลยทีเดียว! เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์จริงจัง
ถึงแม้ว่าภาคกลาง จะไม่ค่อยมีภูเขาสูงเหมือนภาคเหนือ แต่ก็ยังมีที่เที่ยวชมหมอกใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับทริปสั้น ๆ ใครทำงานมีวันหยุดน้อยห้ามพลาดเลย!
11. เขาพะเนินทุ่ง - เพชรบุรี
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เดินทาง 3–4 ชม. จากกรุงเทพฯ เหมาะกับสายครอบครัว เดินทางไปเสาร์ - อาทิตย์
12. เนินช้างศึก - กาญจนบุรี
เนินช้างศึก จุดชมทะเลหมอกที่เห็นวิวฝั่งเมียนมาด้วย แนะนำว่าให้นอนกางเต็นท์ รอชมหมอกสวยๆ ยามเช้า

13. ช่องเย็น - นครสวรรค์
ช่องเย็น อาจเป็นจุดชมหมอกใกล้กรุงเทพที่หลายคนยังไม่รู้จัก เหมาะกับคนอยากเที่ยวแบบเงียบสงบ
หลายคนบอกว่าภาคใต้มีแต่ทะเล ซึ่งจริง ๆ แล้ว ที่นี่ก็มีทะเลหมอกสวยๆ ให้ชม ไม่แพ้ภาคเหนือเลย!
14. กุนุงซิลิปัต - ยะลา
ได้ฉายาว่า สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ สวยงามเห็นวิว 360 องศา เห็นทะเลหมอกกว้างสุดสายตา แต่ทะเลหมอกสวยในช่วงเดือน ก.พ.- เม.ย.
15. ภูตาจอ - พังงา
ภูตาจอ จุดชมหมอกแม้ในฤดูฝน และอาจจะยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาก เหมาะกับคนอยากเปิดเส้นทางใหม่
เลือกเวลาเช้า ๆ หมอกหนาสวยมักเกิดในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นถึง 2-3 ชั่วโมง (เวลาประมาณ 5.30 - 7.30 น.) ถ้าไปสายเกิน หมอกอาจจางลง
เลือกวันฟ้าเปิด หลังฝนตก 1 วัน หมอกจะขาวฟูสวยมาก
เลือกวันที่อากาศดี / ฟ้าปลอดโปร่ง เช็กพยากรณ์อากาศ เลือกวันที่อากาศนิ่ง ฟ้าโปร่ง ไม่มีฝนหรือมีลมแรง หมอกจะขึ้นชัดและคงอยู่ได้นานกว่า
เลือกที่พักใกล้จุดชมวิว หรือกางเต็นท์บนยอดเขา จะตื่นมาพร้อมหมอกได้ทันที
มุมแสงถ่ายรูป ใช้แสงเช้าธรรมชาติ จะช่วยให้ภาพหมอกดูนุ่ม ฟุ้ง และเพิ่มมิติให้ภูเขาสวยอลังการ
✨ ปีนี้ลองหาที่พักสักแห่งบนดอย แล้วขับ รถบ้านคู่ใจ ขึ้นไปสัมผัสหมอกขาวโอบล้อมภูเขา รับรองว่าจะเป็นทริปที่ประทับใจไม่มีวันลืมแน่นอน
หากยังไม่มีรถบ้านคู่ใจ สามารถเลือกชม รถบ้านเจ้าของขายเอง ได้ที่ Rodpromptkai เว็บรวมรถบ้านแท้ โปร่งใส เชื่อถือได้ ผู้ซื้อ–ผู้ขายคุยกันตรง